ตังขะณิกะปัจจะเวกขะณะวิธี
(นำ) หันทะ มะยัง ตังขะณิกะปัจจะเวกขะณะ ปาฐัง ภะณามะ เส ฯ
ปะฏิสังขา โยนิโส จีวะรัง ปะฏิเสวามิ (เราย่อมพิจารณาโดยแยบคายแล้วนุ่งห่มจีวร), ยาวะเทวะ สีตัสสะ ปะฏิฆาตายะ (เพียงเพื่อบำบัดความหนาว), อุณ์หัสสะ ปะฏิฆาตายะ (เพื่อบำบัดความร้อน), ฑังสะมะกะสะวาตาตะปะสิริงสะปะสัมผัสสานัง ปะฏิฆาตายะ (เพื่อบำบัดสัมผัสอันเกิดจากเหลือบ ยุง ลม แดด และสัตว์เลื้อยคลานทั้งหลาย), ยาวะเทวะ หิริโกปินะปะฏิจฉาทะนัตถัง ฯ (และเพียงเพื่อปกปิดอวัยวะ อันให้เกิดความละอาย.)
(ข้อว่าด้วยบิณฑบาต)
ปะฏิสังขา โยนิโส ปิณฑะปาตัง ปะฏิเสวามิ (เราย่อมพิจารณาโดยแยบคายแล้วฉันบิณฑบาต), เนวะ ท์วายะ (ไม่ให้เป็นไปเพื่อความเพลิดเพลิน สนุกสนาน) นะ มะทายะ (ไม่ให้เป็นไปเพื่อความเมามันเกิดกำลังพลังทางกาย) นะ มัณฑะนายะ (ไม่ให้เป็นไปเพื่อประดับ) นะ วิภูสะนายะ (ไม่ให้เป็นไปเพื่อตกแต่ง), ยาวะเทวะ อิมัสสะ กายัสสะ ฐิติยา (แต่ให้เป็นไปเพื่อความตั้งอยู่ได้แห่งกายนี้) ยาปะนายะ (เพื่อความเป็นไปได้ของอัตตภาพ) วิหิงสุปะระติยา (เพื่อความสิ้นไปแห่งความลำบากทางกาย) พรัหมะจะริยานุคคะหายะ (เพื่ออนุเคราะห์แก่การประพฤติพรหมจรรย์), อิติ ปุราณัญจะ เวทะนัง ปะฏิหังขามิ (ด้วยการทำอย่างนี้, เราย่อมระงับเสียได้ ซึ่งทุกขเวทนาเก่า คือความหิว) นะวัญจะ เวทะนัง นะ
อุปปาเทสสามิ (และไม่ทำทุกขเวทนาใหม่ให้เกิดขึ้น), ยาต์รา จะ เม ภะวิสสะติ อะนะวัชชะตา จะผาสุวิหาโร จาติ ฯ (อนึ่ง, ความเป็นไปโดยสะดวกแห่งอัตตภาพนี้ด้วย, ความเป็นผู้หาโทษมิได้ด้วย, และความเป็นอยู่โดยผาสุขด้วย, จักมีแก่เรา ดังนี้)
ปะฏิสังขา โยนิโส เสนาสะนัง ปะฏิเสวามิ (เราย่อมพิจารณาโดยแยบคายแล้วใช้สอยเสนาสนะ), ยาวะเทวะ สีตัสสะ ปะฏิฆาตายะ (เพียงเพื่อบำบัดความหนาว), อุณ์หัสสะ ปะฏิฆาตายะ (เพื่อบำบัดความร้อน), ฑังสะมะกะสะวาตาตะปะสิริงสะปะสัมผัสสานัง ปะฏิฆาตายะ (เพื่อบำบัดสัมผัสอันเกิดจากเหลือบ ยุง ลม แดด และสัตว์เลื้อยคลานทั้งหลาย), ยาวะเทวะ อุตุปะริสสะยะวิโนทะนัง ปะฏิสัลลานารามัตถัง ฯ (เพียงเพื่อบรรเทาอันตราย อันจะพึงมีจากดินฟ้าอากาศ, และเพื่อความเป็นผู้ยินดีอยู่ได้ ในที่หลีกเร้นสำหรับภาวนา.)
ปะฏิสังขา โยนิโส คิลานะปัจจะยะเภสัชชะปะริกขารัง ปะฏิเสวามิ (เราย่อมพิจารณาโดยแยบคายแล้ว บริโภคเภสัชบริขารอันเกื้อกูลแก่คนไข้), ยาวะเทวะ อุปปันนานัง เวยยาพาธิกานัง เวทะนานัง ปะฏิฆาตายะ (เพียงเพื่อบำบัดทุกขเวทนาอันบังเกิดขึ้นแล้ว มีอาพาธต่างๆ เป็นมูล), อัพ์ยาปัชฌะ ปะระมะตายาติ ฯ (เพื่อความเป็นผู้ไม่มีโรคเบียดเบียน เป็นอย่างดี ดังนี้.)
(เมื่อจบบท ตังขะณิกะปัจจะเวกขะณะวิธี แล้ว มีการสวดมนต์ บทต่างๆ เช้าละ ๑ บทบ้าง ๒ บทบ้าง หมุนเวียนกันไป แล้วจึงขึ้นบทปัตติทานะคาถา เป็นบทสุดท้าย)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น