หน้าเว็บ

วันอังคารที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

อะตีตะปัจจะเวกขะณะวิธี

(นำ) หันทะ มะยัง อะตีตะปัจจะเวกขะณะ ปาฐัง ภะณามะ เส ฯ

(ข้อว่าด้วยจีวร)
อัชชะ มะยา อะปัจจะเวกขิต์วา ยัง จีวะรัง ปะริภุตตัง (จีวรใด อันเรานุ่งห่มแล้ว ไม่ทันพิจารณาในวันนี้), ตัง ยาวะเทวะ สีตัสสะ ปะฏิฆาตายะ (จีวรนั้น เรานุ่งห่มแล้ว เพียงเพื่อบำบัดความหนาว),
อุณ์หัสสะ ปฏิฆาตายะ (เพื่อบำบัดความร้อน), ฑังสะมะกะสะวาตาตะปะสิริงสะปะสัมผัสสานัง ปะฏิฆาตายะ (เพื่อบำบัดสัมผัสอันเกิดจากเหลือบ ยุง ลม แดด และสัตว์เลื้อยคลานทั้งหลาย), ยาวะเทวะ หิริโกปินะปะฏิจฉาทะนัตถัง ฯ
(และเพียงเพื่อปกปิดอวัยวะอันให้เกิดความละอาย)

(ข้อว่าด้วยบิณฑบาต) -> หลังฉัน
อัชชะ มะยา อะปัจจะเวกขิต์วา โย ปิณฑะปาโต ปะริภุตโต (บิณฑบาตใด อันเราฉันแล้ว ไม่ทันพิจารณาในวันนี้), โส เนวะ ท์วายะ (บิณฑบาตนั้น เราฉันแล้ว ไม่ใช่เป็นเพื่อความเพลิดเพลินสนุกสนาน) นะ มะทายะ (ไม่ใช่เป็นไปเพื่อความเมามันเกิดกำลังพลังทางกาย) นะ
มัณฑะนายะ (ไม่ใช่เป็นไปเพื่อประดับ) นะ วิภูสะนายะ (ไม่ใช่เป็นไปเพื่อตกแต่ง), ยาวะเทวะ อิมัสสะ กายัสสะ ฐิติยา (แต่ให้เป็นไปเพียงเพื่อความตั้งอยู่ได้แห่งกายนี้) ยาปะนายะ (เพื่อความเป็นไปได้ของอัตตภาพ) วิหิงสุปะระติยา (เพื่อความสิ้นไปแห่งความลำบากทางกาย)
พรัหมะจะริยานุคคะหายะ (เพื่ออนุเคราะห์แก่การประพฤติพรหมจรรย์), อิติ ปุรานัญจะ เวทะนัง ปะฏิหังขามิ (ด้วยการทำอย่างนี้ เราย่อมระงับเสียได้ซึ่งทุกขเวทนาเก่า คือความหิว) นะวัญจะ เวทะนัง นะ อุปปาเทสสามิ (และไม่ทำทุกขเวทนาใหม่ให้เิกิดขึ้น), ยาต์รา
จะ เม ภะวิสสะติ อะนะวัชชะตา จะ ผาสุวิหาโร จาติ ฯ (อนึ่ง, ความเป็นไปโดยสะดวกแห่งอัตตภาพนี้ด้วย, ความเป็นผู้หาโทษมิได้ด้วย, และความเป็นอยู่โดยผาสุกด้วย, จักมีแก่เรา ดังนี้)


(ข้อว่าด้วยเสนาสนะ)
อัชชะ มะยา อะปัจจะเวกขิต์วา ยัง เสนาสะนัง ปะริภุตตัง (เสนาสนะใด อันเราใช้สอยแล้ว ไม่ทันพิจารณาในวันนี้), ตัง ยาวะเทวะ สีตัสสะ ปะฏิฆาตายะ (เสนาสนะนั้น เราใช้สอยแล้ว เพียงเพื่อบำบัดความหนาว), อุณ์หัสสะ ปฏิฆาตายะ, ฑังสะมะกะสะวาตาตะปะสิริงสะปะสัมผัสสานัง ปะฏิฆาตายะ, ยาวะเทวะ อุตะปะริสสะยะวิโนทะนัง ปะฏิสัลลานารามัตถัง ฯ


(ข้อว่าด้วยคิลานเภสัช)
อัชชะ มะยา อะปัจจะเวกขิต์วา โย คิลานะปัจจะยะเภสัชชะปะริกขาโร ปะริภุตโต, โส ยาวะเทวะ อุปปันนานัง เวยยาพาธิกานัง เวทะนานัง ปะฏิฆาตายะ, อัพ์ยาปัชฌะปะระมะตายาติ ฯ

วันพฤหัสบดีที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ธาตุปะฏิกูละปัจจะเวกขะณะวิธี

(นำ) หันทะ มะยัง ธาตุปฎิกูละปัจจะเวกขะณะ ปาฐัง ภะณามะ เส ฯ

(ข้อว่าด้วยจีวร)
ยะถาปัจจะยัง ปะวัตตะมานัง ธาตุมัตตะเมเวตัง (สิ่งเหล่านี้นี่ เป็นสักว่าธาตุตามธรรมชาติเท่านั้น, กำลังเป็นไปตามเหตุตามปัจจัยอยู่เนืองนิจ) ยะทิทัง จีวะรัง ฯ ตะทุปะภุญชะโก จะ ปุคคะโล (สิ่งเหล่านี้ คือจีวร, และคนผู้ใช้สอยจีวรนั้น) ธาตุมัตตะโก (เป็นสักว่าธาตุตามธรรมชาติ) นิสสัตโต (มิได้เป็นสัตวะอันยั่งยืน) นิชชีโว (มิได้เป็นชีวะอันเป็นบุรุษบุคคล) สุญโญ ฯ (ว่างเปล่าจากความหมายแห่งความเป็นตัวตน) สัพพานิ ปะนะ อิมานิ จีวะรานิ อะชิคุจฉะนียานิ (ก็จีวรทั้งหมดนี้ ไม่เป็นของน่าเกลียดมาแต่เดิม) อิมัง ปูติกายัง ปัต์วา (ครั้นมาถูกเข้ากับกายอันเน่าอยู่เป็นนิจนี้แล้ว) อะติวิยะ ชิคุจฉะนียานิ ชายันติ ฯ (ย่อมกลายเป็นของน่าเกลียดอย่างยิ่งไปด้วยกัน)


(ข้อว่าด้วยบิณฑบาต) -> ก่อนฉัน
ยะถา ปัจจะยัง ปะวัตตะมานัง ธาตุมัตตะเมเวตัง (สิ่งเหล่านี้นี่ เป็นสักว่าธาตุตามธรรมชาติเท่านั้น, กำลังเป็นไปตามเหตุตามปัจจัยอยู่เนืองนิจ) ยะทิทัง ปิณฑะปาโต ฯ ตะทุปะภุญชะโก จะ ปุคคะโล (สิ่งเหล่านี้ คือบิณฑบาต, และคนผู้บริโภคบิณฑบาตนั้น) ธาตุมัตตะโก (เป็นสักว่าธาตุตามธรรมชาติ) นิสสัตโต (มิได้เป็นสัตวะอันยั่งยืน) นิชชีโว (มิได้เป็นชีวะอันเป็นบุรุษบุคคล) สุญโญ ฯ (ว่างเปล่าจากความหมายแห่งความเป็นตัวตน) สัพโพ ปะนายัง ปิณฑะปาโต อะชิคุจฉะนีโย (ก็บิณฑบาตทั้งหมดนี้ ไม่เป็นของน่าเกลียดมาแต่เดิม) อิมัง ปูติกายัง ปัต์วา (ครั้นมาถูกเข้ากับกายอันเน่าอยู่เป็นนิจนี้แล้ว) อะติวิยะ ชิคุจฉะนีโย ชายะติ ฯ (ย่อมกลายเป็นของน่าเกลียดอย่างยิ่งไปด้วยกัน)


(ข้อว่าด้วยเสนาสนะ)
ยะถาปัจจะยัง ปะวัตตะมานัง ธาตุมัตตะเมเวตัง (สิ่งเหล่านี้นี่ เป็นสักว่าธาตุตามธรรมชาติเท่านั้น, กำลังเป็นไปตามเหตุตามปัจจัยอยู่เนืองนิจ) ยะทิทัง เสนาสะนัง ฯ ตะทุปะภุญชะโก จะ ปุคคะโล (สิ่งเหล่านี้ คือเสนาสนะ, และคนผู้ใช้สอยเสนาสนะนั้น) ธาตุมัตตะโก (เป็นสักว่าธาตุตามธรรมชาติ) นิสสัตโต (มิได้เป็นสัตวะอันยั่งยืน) นิชชีโว (มิได้เป็นชีวะอันเป็นบุรุษบุคคล) สุญโญ ฯ (ว่างเปล่าจากความหมายแห่งความเป็นตัวตน) สัพพานิ ปะนะ อิมานิ เสนาสะนานิ อะชิคุจฉะนียานิ (ก็เสนาสนะทั้งหมดนี้ ไม่เป็นของน่าเกลียดมาแต่เดิม) อิมัง ปูติกายัง ปัต์วา (ครั้นมาถูกเข้ากับกายอันเน่าอยู่เป็นนิจนี้แล้ว) อะติวิยะ ชิคุจฉะนียานิ ชายันติ ฯ (ย่อมกลายเป็นของน่าเกลียดอย่างยิ่งไปด้วยกัน)


(ข้อว่าด้วยคิลานเภสัช)
ยะถาปัจจะยัง ปะวัตตะมานัง ธาตุมัตตะเมเวตัง (สิ่งเหล่านี้นี่ เป็นสักว่าธาตุตามธรรมชาติเท่านั้น, กำลังเป็นไปตามเหตุตามปัจจัยอยู่เนืองนิจ) ยะทิทัง คิลานะปัจจะยะเภสัชชะปะริกขาโร ฯ ตะทุปะภุญชะโก จะ ปุคคะโล (สิ่งเหล่านี้ คือเภสัชบริขารอันเกื้อกูลแก่คนไข้, และคนผู้บริโภคเภสัชบริขารนั้น) ธาตุมัตตะโก (เป็นสักว่าธาตุตามธรรมชาติ) นิสสัตโต (มิได้เป็นสัตวะอันยั่งยืน) นิชชีโว (มิได้เป็นชีวะอันเป็นบุรุษบุคคล) สุญโญ ฯ (ว่างเปล่าจากความหมายแห่งความเป็นตัวตน) สัพโพ ปะนายัง คิลานะปัจจะยะเภสัชชะปะริกขาโร อะชิคุจฉะนีโย (ก็คิลานเภสัชบริขารทั้งหมดนี้ ไม่เป็นของน่าเกลียดมาแต่เดิม) อิมัง ปูติกายัง ปัต์วา (ครั้นมาถูกเข้ากับกายอันเน่าอยู่เป็นนิจนี้แล้ว) อะติวิยะ ชิคุจฉะนีโย ชายะติ ฯ (ย่อมกลายเป็นของน่าเกลียดอย่างยิ่งไปด้วยกัน)

ตังขะณิกะปัจจะเวกขะณะวิธี

(นำ) หันทะ มะยัง ตังขะณิกะปัจจะเวกขะณะ ปาฐัง ภะณามะ เส ฯ

(ข้อว่าด้วยจีวร)
ปะฏิสังขา โยนิโส จีวะรัง ปะฏิเสวามิ (เราย่อมพิจารณาโดยแยบคายแล้วนุ่งห่มจีวร), ยาวะเทวะ สีตัสสะ ปะฏิฆาตายะ (เพียงเพื่อบำบัดความหนาว), อุณ์หัสสะ ปะฏิฆาตายะ (เพื่อบำบัดความร้อน), ฑังสะมะกะสะวาตาตะปะสิริงสะปะสัมผัสสานัง ปะฏิฆาตายะ (เพื่อบำบัดสัมผัสอันเกิดจากเหลือบ ยุง ลม แดด และสัตว์เลื้อยคลานทั้งหลาย), ยาวะเทวะ หิริโกปินะปะฏิจฉาทะนัตถัง ฯ (และเพียงเพื่อปกปิดอวัยวะ อันให้เกิดความละอาย.)


(ข้อว่าด้วยบิณฑบาต)
ปะฏิสังขา โยนิโส ปิณฑะปาตัง ปะฏิเสวามิ (เราย่อมพิจารณาโดยแยบคายแล้วฉันบิณฑบาต), เนวะ ท์วายะ (ไม่ให้เป็นไปเพื่อความเพลิดเพลิน สนุกสนาน) นะ มะทายะ (ไม่ให้เป็นไปเพื่อความเมามันเกิดกำลังพลังทางกาย) นะ มัณฑะนายะ (ไม่ให้เป็นไปเพื่อประดับ) นะ วิภูสะนายะ (ไม่ให้เป็นไปเพื่อตกแต่ง), ยาวะเทวะ อิมัสสะ กายัสสะ ฐิติยา (แต่ให้เป็นไปเพื่อความตั้งอยู่ได้แห่งกายนี้) ยาปะนายะ (เพื่อความเป็นไปได้ของอัตตภาพ) วิหิงสุปะระติยา (เพื่อความสิ้นไปแห่งความลำบากทางกาย) พรัหมะจะริยานุคคะหายะ (เพื่ออนุเคราะห์แก่การประพฤติพรหมจรรย์), อิติ ปุราณัญจะ เวทะนัง ปะฏิหังขามิ (ด้วยการทำอย่างนี้, เราย่อมระงับเสียได้ ซึ่งทุกขเวทนาเก่า คือความหิว) นะวัญจะ เวทะนัง นะ
อุปปาเทสสามิ
(และไม่ทำทุกขเวทนาใหม่ให้เกิดขึ้น), ยาต์รา จะ เม ภะวิสสะติ อะนะวัชชะตา จะผาสุวิหาโร จาติ ฯ (อนึ่ง, ความเป็นไปโดยสะดวกแห่งอัตตภาพนี้ด้วย, ความเป็นผู้หาโทษมิได้ด้วย, และความเป็นอยู่โดยผาสุขด้วย, จักมีแก่เรา ดังนี้)


(ข้อว่าด้วยเสนาสนะ)
ปะฏิสังขา โยนิโส เสนาสะนัง ปะฏิเสวามิ (เราย่อมพิจารณาโดยแยบคายแล้วใช้สอยเสนาสนะ), ยาวะเทวะ สีตัสสะ ปะฏิฆาตายะ (เพียงเพื่อบำบัดความหนาว), อุณ์หัสสะ ปะฏิฆาตายะ (เพื่อบำบัดความร้อน), ฑังสะมะกะสะวาตาตะปะสิริงสะปะสัมผัสสานัง ปะฏิฆาตายะ (เพื่อบำบัดสัมผัสอันเกิดจากเหลือบ ยุง ลม แดด และสัตว์เลื้อยคลานทั้งหลาย), ยาวะเทวะ อุตุปะริสสะยะวิโนทะนัง ปะฏิสัลลานารามัตถัง ฯ (เพียงเพื่อบรรเทาอันตราย อันจะพึงมีจากดินฟ้าอากาศ, และเพื่อความเป็นผู้ยินดีอยู่ได้ ในที่หลีกเร้นสำหรับภาวนา.)


(ข้อว่าด้วยคิลานเภสัช)
ปะฏิสังขา โยนิโส คิลานะปัจจะยะเภสัชชะปะริกขารัง ปะฏิเสวามิ (เราย่อมพิจารณาโดยแยบคายแล้ว บริโภคเภสัชบริขารอันเกื้อกูลแก่คนไข้), ยาวะเทวะ อุปปันนานัง เวยยาพาธิกานัง เวทะนานัง ปะฏิฆาตายะ (เพียงเพื่อบำบัดทุกขเวทนาอันบังเกิดขึ้นแล้ว มีอาพาธต่างๆ เป็นมูล), อัพ์ยาปัชฌะ ปะระมะตายาติ ฯ (เพื่อความเป็นผู้ไม่มีโรคเบียดเบียน เป็นอย่างดี ดังนี้.)

(เมื่อจบบท ตังขะณิกะปัจจะเวกขะณะวิธี แล้ว มีการสวดมนต์ บทต่างๆ เช้าละ ๑ บทบ้าง ๒ บทบ้าง หมุนเวียนกันไป แล้วจึงขึ้นบทปัตติทานะคาถา เป็นบทสุดท้าย)